TH   EN


สหรัฐใช้สิทธิ์ยับยั้งร่างมติสหประชาชาติ

สหรัฐใช้สิทธิ์ยับยั้งร่างมติสหประชาชาติที่ปฏิเสธการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรื่องการรับรองสถานะนครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

 

ในการออกเสียงเกี่ยวกับร่างมติปฏิเสธการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรื่องการรับรองสถานะนครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอลเมื่อวานนี้ ปรากฎว่าสหรัฐได้ใช้สิทธิ์ยับยั้งหรือวีโต้ หลังจากสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เหลืออีก 14 ประเทศรวมทั้งพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่นและยูเครน ออกเสียงสนับสนุนร่างมติดังกล่าว ซึ่งอียิปต์เป็นผู้ผลักดัน การใช้สิทธิ์ยับยั้งเป็นการตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของสหรัฐกรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทล อาวีฟ ไปยังนครเยรูซาเล็ม
 
ภายใต้ร่างมตินี้ยืนยันว่า นครเยรูซาเล็มเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และ การตัดสินใจใดๆเกี่ยวกับสถานะของนครเยรูซาเล็มจะไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นโมฆะ และจะต้องถูกยกเลิก พร้อมเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะของเยรูซาเลมเมื่อเร็วๆนี้ แต่ไม่ได้พาดพิงถึงความเคลื่อนไหวของผู้นำสหรัฐโดยตรง อย่างไรก็ตามการที่สหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 5 ประเทศ ใช้สิทธิ์ยับยั้ง ทำให้ร่างมติดังกล่าวมีอันตกไป
 
ด้านนางนิกกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวหลังใช้สิทธิ์วีโต้ว่า การลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติครั้งนี้ถือเป็นการดูหมิ่น และร่างมตินี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการกระทำสหประชาชาติที่ส่งผลร้ายมากกว่าดีต่อการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์.

 

ที่มา : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

19-12-2017